10 เทคนิคการเพิ่มกำลังในการวิ่ง วิ่งอย่างไร ไห้อึดสู้เขาได้

10 เทคนิคการเพิ่มกำลังในการวิ่ง วิ่งอย่างไร ไห้อึดสู้เขาได้

run-634702_1920-752x465

หลายท่านอาจจะรู้สึกเหนื่อยง่าย หรือว่า กำลังซ้อมวิ่งเพื่อลงเเข่งปีนี้ หรือเเม้เเต่ต้องการที่จะวิ่งเพื่อออกกำลังกาย ลดน้ำหนัก เเต่วิ่งยังงัยก็ได้เเค่นิดเดียวก็เกิดอาการเหนื่อยเเล้ว เราจะทำยังงัยไห้มันเหนื่อยน้อยลง วันนี้ consolidationloansforbadcredit.netจะมาเสนอ 10 เทคนิคการเพิ่มกำลังในการวิ่ง เราจะวิ่งยังงัยไห้อึกสู้เขาได้ มันจะมีวิธีใหนบ้างที่ทำไห้เราวิ่งได้อึดขึ้นลองไปอ่านกันเลย

1 เช็คสุขภาพตัวเองไห้พร้อมวิ่ง เสมอ

เป็นที่รู้กันอยู่เเล้ว เครื่องจักรที่ไม่สมบูรณ์ก็ทำงานได้อย่างไม่เต็มที่ คนเราก็เช่นกันถ้าหากร่างกายยังไม่พร้อม เราก็ทำกิจกรรมได้เเค่ครึ่งๆกลางๆ เจ็บเท้า เจ็บเข่า ปวดท้องงง วิ่งได้นิดเดียวก็อยากที่จะกลับบ้านซะเเล้ว ในที่สุดก็ทนพิษใจไม่ไหว ถอดใจกลับบ้านกันซะอย่างงั้น

2.วอร์มร่างกายก่อนวิ่ง

สำหรับนักวิ่งที่อยากจะออกกำลังกาย เเต่ว่าเป็นมือใหม่ ก่อนวิ่งเราก็ต้องมีการวอร์มร่างกายไห้พร้อมอย่างตลอดเวลา วีธีการวอร์มร่างกายก็เเค่ เดินเร็วๆสัก 10 นาที ยืดเส้นยืดสายไห้เรียบร้อยเเล้วค่อยไปวิ่งอย่างเต็มกำลัง

3.ขยันวิ่งเข้าไว้

เเน่นอนว่าการวิ่งครั้งเเรกๆมันก็ต้องมีการหอบ การเหนื่อย เเละเราจะวิ่งได้เเค่ไม่กี่นาที เราก็ต้องขยันวิ่ง วิ่งอย่างต่อเนื่องวันละ 10 นาที 5 วันต่อสัปดาห์ก็ยังดี

4.ค่อยๆเพิ่มความอึดไปเรื่อยๆ

คนเรามีกำลังอย่างจำกัด เเต่ก็ใช่ว่ากำลังของเรามันจะเพิ่มไม่ได้ การขยันวิ่งก็คือการ ที่เรา เพิ่มกำลัง ด้วยการขยันวิ่งเข้าไว้ อย่างเช่น วันนี้วิ่ง 10 นาที พรุ่งนี้ก็วิ่งสัก 13 นาที เเล้วพักร่างกาย เเละก็วิ่งต่อเพิ่มเป็น 15 นาที แบบนีก็ช่วยได้นะ

5.ลองวิ่งไห้เร็วขึ้น

เเม้เราจะไม่ได้เพิ่มเวลาการวิ่งอย่างก้าวกระโดด เพราะมันอาจจะทำไห้เกิดการบาดเจ็บทางกล้ามเนื้อได้โดยวิ่งด้วยความเร็วปกติประมาณ 2-3 นาที สลับกับวิ่งแบบสปรินต์ (Sprint) ประมาณ 10 วินาที วนไปอย่างนี้เรื่อย ๆ หรือหากจะประลองฝีเท้าวิ่งของตัวเองอาจเพิ่มรอบสปรินต์เป็น 30 วินาทีก็ได้

6.วิ่งในระดับทางชัน

นอกจากการเพิ่มความอึดคือการเพิ่มความไวของฝีเท้าเเล้ว การเพิ่มความอึดอีกเรื่องคือการวิ่งไต่ระดับทางชัน เพราะการวิ่งไต่ระดับความชันจะช่วยเพิ่มกำลังขา เพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อลำตัวและกระดูกสันหลัง ทั้งยังช่วยฟิตปอดให้อีกต่างหาก ดังนั้นหากวิ่งบนลู่วิ่งก็จัดการเพิ่มความชันให้ลู่วิ่งซะเลย

7.เสริมความฟิตไห้กล้ามเนื้อ

การวิ่งเราต้องอาศียทุกส่วนของกล้ามเนื้อ ซึ่งก็หมายถึงว่าเราต้องดูเเลกล้ามเนื้อ ไห้ดีที่สุดโดยเมื่อวิ่งเส็จเราอาจจะต้องเสริม ความเเข็งเเรงไห้กล้ามเนื้ออีกด้วย

8.วิ่งสลับเดินเร็ว

หากวิ่งเต็มผีเท้าเเล้วรู้สึกเหนื่อยไห้เราลองลดความเร็วบ้างก้ได้โดยก้าวเดินยาวๆเเบบเร่งสปีด ไห้เร็วกว่าการเดินสักหน่อย  วิธีนี้จะช่วยไห้ร่างกายไม่ตึงเครียดมากเกินไป พอร่างกายเรื่มวิ่งไหวก็กลับมาวิ่งอีกครั้งก็ได้นะ

9.หายใจขณะวิ่งไห้ถูกหลัก

ในขณะที่วิ่ง ควรหายใจเข้าทางจมูกและปล่อยลมหายใจออกพร้อมกันทั้งทางจมูกและปาก ทั้งนี้การหายใจควรปล่อยให้เป็นไปอย่างสบายและพยายามหายใจด้วยท้อง โดยสูดหายใจเข้าไปในปอดจนท้องขยาย และบังคับปล่อยลมให้ออกมาด้วยการแขม่วท้อง เพราะการหายใจไม่ถูกวิธีอาจจะทำให้เกิดการจุกเสียดขณะวิ่งได้ คราวนี้ความตั้งใจแรกที่อยากจะวิ่งให้นาน ๆ ก็คงต้องเป็นอันถูกพับโครงการไปโดยปริยาย

10.ฟังเพลงเบาๆ ไปด้วย

นี่ไม่ใช่ทฤษฎีปฏิบัติที่นำเสนอมาเพื่อล้อเล่นขำ ๆ แต่มีงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร Sports Medicine and Physical Fitness ยืนยันเลยว่า การฟังเพลงจังหวะสบายหู หรือเพลงป๊อปช้า ๆ ในระหว่างที่วิ่ง จะช่วยให้อาสาสมัครวิ่งได้นานขึ้นได้ เมื่อเทียบกับอาสาสมัครกลุ่มที่ฟังเพลงจังหวะเร้าใจ หรือไม่ฟังเพลงใด ๆ ในขณะวิ่งเลย

เเละอย่างไรก็ตามการวิ่งไห้ได้นานขึ้นเกิดได้ด้วยหลายปัจจัยรองเท้า เเละสภาพอากาศก็ด้วยเช่นกัน คุณต้องใส่รองเท้าที่ออกเเบบมาไห้เพื่อเป็นการวิ่งโดยเฉพาะ